Inglourious Basterds ยุทธการเดือดเชือดนาซี

ยุทธการเดือดเชือดนาซี ที่เดือดดุ พล่ามกันทั้งเรื่อง แต่โคตรมีเสน่ห์ และที่สำคัญเควนตินก็ขีดเขียนประวัติศาสตร์หน้าใหม่ที่ไม่ต้องไปอิงกับเรื่องจริง ดูซีรี่ย์เกาหลี


เรื่องย่อ
ภาพยนตร์เริ่มเรื่องขึ้นที่ฝรั่งเศสปี 1941/พ.ศ. 2484 ซึ่งขณะนั้นถูกเยอรมันยึดครองเรียบร้อยแล้ว  พันเอกฮานส์ ลันดา (Hans Landa รับบทโดย คริสตอฟ วอลซ์) นายทหารเอสเอสเยอรมัน เดินทางมาเยี่ยมครอบครัวของ Perrier LaPadite ซึ่งมีอาชีพทำฟาร์มโคนม  แล้วก็พูดจาชักแม่น้ำทั้งห้าจนกระทั่งคุณปิแอร์แกต้องยอมรับสารภาพว่าได้ซ่อนครอบครัวชาวยิวตระกูล Dreyfus ไว้ที่ห้องใต้ถุนบ้าน  เมื่อข้อสงสัยได้รับการคอนเฟิร์มแล้ว ผู้พันลันดาจึงได้สั่งให้ลูกน้องยิงปืนกลกราดลงไปที่พื้นบ้านเพื่อสังหารครอบครัว Dreyfus แต่ก็มีผู้หนีรอดไปได้หนึ่งราย คือ Shosanna  


3 ปีผ่านไป ในปี 1944/พ.ศ. 2487 วันที่ใดไม่แจ้ง  แต่คงเป็นช่วงก่อนวันดีเดย์  ร้อยโท Aldo Raine ซึ่งในเรื่องอ้างว่ามีเชื้อสายอินเดียนแดง ได้นำลูกน้องที่เป็นอเมริกันเชื้อสายยิว 8 คน  กระโดดร่มลงไปในฝรั่งเศสแล้วปฏิบัติการก่อกวนสังหารทหารเยอรมันแทบจะทุกรายที่เจอหน้าแล้วยังถลกหนังหัวอีกต่างหาก  จนหน่วยนี้ได้รับฉายาจากทางเยอรมันว่า “Inglourious Basterds” ตามชื่อเรื่องภาษาอังกฤษ  หรือในภาษาไทยได้ใช้คำง่ายๆ ว่า “แก๊งโคตรแสบ” มันซะเลย  และยังโคตรแสบขนาดสร้างความเดือดดาลไปถึงฮิตเลอร์อีกต่างหาก  ทางด้าน โชซานน่า นอกจากปาฏิหาริย์จะช่วยให้หนีรอดไปได้เมื่อ 3 ปีก่อน  ยังได้เป็นเจ้าของโรงภาพยนตร์สืบต่อจากลุงป้าแก่ๆ คู่หนึ่งอีกต่างหาก  แล้วก็ให้บังเอิญที่ทหารเยอรมันคนหนึ่งชื่อ Fredrick Zoller ซึ่งเป็นวีรบุรุษจากสงครามในอิตาลีมาปิ๊งเธอเข้า  


ความสำคัญของอีตาคนนี้ถึงขนาดที่ดร.เกิบเบิล รมว.กระทรวงโฆษณาการของเยอรมันสร้างภาพยนตร์เชิดชูวีรกรรมขึ้นมาพึ่งจะเสร็จหมาดๆ และกำลังหาโรงภาพยนตร์ที่จะฉายเป็นรอบปฐมทัศน์อยู่  ซึ่งฮิตเลอร์ก็จะมาชมภาพยนตร์ด้วย  ซอลเลอร์จึงเสนอให้มาฉายที่โรงภาพยนตร์ของโซชานนา  แล้วก็บังเอิญที่ท่านผู้การลันดาจะได้มาเป็นหัวหน้าหน่วยรักษาความปลอดภัยในงานนี้  โซชานนาเห็นเป็นโอกาสที่จะได้แก้แค้นให้ครอบครัวด้วยการสังหารฮิตเลอร์และผู้นำนาซีอื่นๆ ซึ่งเป็นตัวการใหญ่ในการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ยิว  วิธีการที่จะใช้คือเผาโรงภาพยนตร์ซะด้วยฟิล์มภาพยนตร์ที่เก็บสะสมไว้นับเป็นร้อยๆ ม้วน  แล้วก็ให้บังเอิญอีกที่ทางสัมพันธมิตรทราบข่าวเรื่องการจะฉายภาพยนตร์รอบปฐมทัศน์นี้  โดยส่งนายทหารไปสมทบกับแก๊งโคตรแสบเพื่อที่จะวางระเบิดสังหารฮิตเลอร์กับคณะผู้นำนาซี  


แน่ละครับว่าระหว่างปฏิบัติการจะต้องเผชิญกับการขัดขวางจากทางฝ่ายนาซี  เพื่อไม่ให้เรื่องย่อกลายเป็นเรื่องเยิ่นเย้อ  ต้องขอเชิญชมรายละเอียดจากภาพยนตร์เอาเอง  ที่พอจะเล่าในที่นี้ได้คือ  แม้ว่าอีตาผู้การลันดาจะสืบจนรู้ว่ากำลังจะเกิดอะไรขึ้น  แทนที่จะจับกุมหรือกำจัดพระเอกจอมโหดกับแก๊งโคตรแสบทั้งหมดให้จบหน้าที่  กลับจงใจละเว้นสมาชิกคนที่มีระเบิดอยู่กับตัวสองคน  แล้วจับเอาพระเอกของเรามาเป็นๆ เพื่อให้ช่วยประสานงานกับทางฝ่ายสัมพันธมิตรประมาณว่า ปฏิบัติการสังหารฮิตเลอร์ครั้งนี้ฉันขอเอี่ยวเอาความดีความชอบด้วยคน  โดยจะไม่ขัดขวางปฏิบัติการของแก๊งโคตรแสบที่ยังเหลืออยู่ในโรงภาพยนตร์แลกกับการที่จะได้ไปลี้ภัยอยู่ในสหรัฐฯ  


ซึ่งทางสัมพันธมิตรก็จำยอมแต่โดยดี  และแล้วแผนการสังหารฮิตเลอร์และผู้นำนาซีทั้งหลาย (ตามจินตนาการของผู้สร้าง ไม่ใช่ในประวัติศาสตร์จริง) ก็สำเร็จลงได้โดยต้องแลกกับชีวิตของผู้ก่อการภายในโรงภาพยนตร์ทั้งหมด  กระทั่งผู้การลันดาเองแม้จะได้ลี้ภัยสมประสงค์ก็ยังถูกผู้หมวดเรนสักหน้าผากเป็นรูปสวัสดิกะไว้เป็นที่ระลึกอันแสนเจ็บปวด


Comments